ประวัติความเป็นมาของคณะการแพทย์แผนจีน

          ประเทศไทยมีประกาศใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พ.ศ. 2466 แพทย์แผนจีนจำนวนหนึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาแผนโบราณ ต่อมาได้มีการประกาศพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ซึ่งได้กำหนดการประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมคือ การตรวจโรคการป้องกันโรค การบำบัดโรคมนุษย์ด้วยกรรมวิธีของการประกอบโรคศิลปะตามแผนนั้นๆโดยมีคณะอนุกรรมการวิชาชีพแผนโบราณเป็นผู้กำกับดูแลผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ ต่อมา พ.ศ. 2542 ได้มีประกาศพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อสาขาการแพทย์แผนโบราณเป็นการแพทย์แผนไทย ดังนั้นกลุ่มแพทย์จีนที่เคยได้รับอนุญาตประกอบโรคศิลปะภายใต้สาขาการแพทย์แผนโบราณ ร่วมกับศูนย์ความร่วมมือการแพทย์ไทย-จีน  กรมการแพทย์   สถานพยาบาลหัวเฉียวแผนโบราณ   มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เสนอคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะพิจารณาศาสตร์การแพทย์แผนจีน และคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะได้เห็นชอบให้ใช้มาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542   โดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนตามมาตราดังกล่าวเมื่อ พ.ศ. 2543

          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เปิดดำเนินการโดยมีรากฐานจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัยวิทยาลัยหัวเฉียวและพัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จึงเป็นสถาบันที่มีความพร้อมของบุคลากรทั้งในสาขาวิชาภาษาจีน  และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ  ตลอดจนทรัพยากรสารสนเทศ  และอาคารสถานที่ต่าง ๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษา  ประกอบกับความต้องการผลิตบุคลากรทางแพทย์แผนจีน     ดังนั้นจึงเห็นควรจัดการศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนจีนขึ้นในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย เพื่อผลิตและฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์แผนจีนสนองตอบความต้องการของสังคม   และมุ่งพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนแพทย์แผนจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เล็งเห็นถึงความต้องการจำเป็นในการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน เพื่อนำศาสตร์การแพทย์แผนจีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพสำหรับประชาชนไทย  และมุ่งพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนแพทย์แผนจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป  มหาวิทยาลัยจึงได้ลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือทางวิชาการ กับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ (Shanghai University of Traditional Chinese Medicine) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน และ เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2546 ได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางการศึกษาการแพทย์แผนจีนในประเทศไทยรวมทั้งความร่วมมือในการฝึกอบรมต่างๆระหว่างมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทำให้เกิดการจัดตั้งหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาการแพทย์แผนจีน ร่วมกัน  ภายใต้ข้อตกลง ความร่วมมือระหว่างการสาธารณสุขไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกทั้งจะก่อประโยชน์ในด้านการดูแลสุขภาพและการรักษา พยาบาลทางการแพทย์แผนจีนให้แก่ประชาชนชาวไทย

          ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2547 การจัดตั้งคณะการแพทย์แผนจีนของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาการแพทย์แผนจีน เป็นหลักสูตรแห่งแรกนอกประเทศจีน