บทความ

 โครงการบรรยายแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการใช้ยาสมุนไพรจีนรักษาโรคที่พบบ่อยทางคลินิก

กินเจ..บำรุงธาตุ

อ.อรภา  ศิลมัฐ

            หากพูดถึงอาหารเจ เราก็มักจะนึกถึงแป้งทอด หมี่ผัด เต้าหู้ ฯลฯ ทุกครั้งที่มีโอกาสไปสำรวจตลาดอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจ ขอสารภาพเลยค่ะว่าอาหารเจสมัยนี้น่ารับประทานกว่าอาหารทั่วไปซะอีก ต้องขอบคุณเจ้าโปรตีนเกษตรที่มีหน้าตาคล้ายปลาเค็มบ้าง หมูกรอบบ้าง สารพัดเนื้อสัตว์ปลอมที่ทำให้เรารับประทานเจได้อย่างเอร็ดอร่อยมากขึ้น แต่การรับประทานอาหารเจให้ได้คุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วนจำเป็นต้องมีผักและผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะทุกมื้อเพื่อเพิ่มกากใยอาหารและชดเชยเกลือแร่ที่เสียไประหว่างวันให้กับร่างกาย

            หากมองในมุมของศาสตร์การแพทย์แผนจีน หลายท่านอาจทราบดีว่าผักและผลไม้ส่วนใหญ่ (ไม่ใช่ทุกชนิดนะคะ)มักจะมีฤทธิ์เย็น สามารถสร้างสมดุลให้กับร่างกายที่สะสมฤทธิ์ร้อนจากอาหารจำพวกของทอด ของมัน และเนื้อสัตว์ที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันได้ ฉะนั้นในหนึ่งปีที่เราหยุดบริโภคเนื้อสัตว์ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ปรับสมดุลของร่างกายกันสักที นอกจากสมดุลความร้อนความเย็น(หยิน-หยาง)ในร่างกายแล้วเรายังควรคำนึงถึงสมดุลของธาตุทั้งห้าตามทฤษฎีปัญจธาตุและการแปรเปลี่ยน(Five Transformation Theory) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆที่อยู่ในธรรมชาติรอบๆตัวเรา วันนี้หมอจีนมีวิธีเลือกรับประทานผักและผลไม้ให้เหมาะสมกับธาตุทั้งห้ามาฝากกันค่ะ

1.ธาตุไม้            “ไม้” หรือ “ต้นไม้” เป็นสิ่งที่มีการเจริญเติบโต สามารถแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาไปทางด้านนอกทุกทิศทาง สัมพันธ์กับฤดูใบไม้ผลิซึ่งหมายถึงการให้กำเนิด เกี่ยวข้องกับรสชาติเปรี้ยวและสีเขียวและเป็นตัวแทนของอวัยวะ“ตับ” ดังนั้นผักและผลไม้ที่เหมาะสำหรับการบำรุงธาตุไม้ ได้แก่ ผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักคะน้า ผักชี ฯลฯ ผลไม้รสเปรี้ยว ได้แก่ ส้ม มะนาว เลมอน ซานจา

2.ธาตุไฟ           “ไฟ” มีลักษณะโชติช่วง เปลวไฟมักกระจายและเคลื่อนไหวขึ้นด้านบน สัมพันธ์กับฤดูร้อนซึ่งใช้ในการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต เกี่ยวข้องกับรสชาติขมและสีแดง และเป็นตัวแทนของอวัยวะ“หัวใจ” ดังนั้นผักและผลไม้ที่เหมาะสำหรับการบำรุงธาตุไฟ ได้แก่ ผักและผลไม้สีแดง ได้แก่ บีทรูท แครอท ถั่วแดง พุทราจีน และผักรสขม ได้แก่ มะระ และไส้ในของเม็ดบัวซึ่งมักเอามาชงเป็นชาดื่ม

3.ธาตุดิน           “ดิน” เป็นต้นกำเนิดของการเพาะปลูกเติบโตและเก็บเกี่ยวผลผลิต อยู่ในตำแหน่งตรงกลางเสถียร สัมพันธ์กับช่วงเปลี่ยนฤดูหมายถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เกี่ยวข้องกับรสชาติหวานและสีเหลือง และเป็นตัวแทนของอวัยวะ“ม้าม”(มีความหมายโดยกว้างว่า“ระบบย่อยอาหาร”) ผักและผลไม้ที่เหมาะสำหรับการบำรุงธาตุดิน ได้แก่ ฟักทอง ซานเย่า(ห่วยซัว) มันฝรั่ง ซานจา ข้าวฟ่าง ลูกเดือย ข้าวโพด

4.ธาตุโลหะ       “โลหะ”มีลักษณะหลอมละลายและแข็งได้ สัมพันธ์กับฤดูใบไม้ร่วงซึ่งมีการเก็บเกี่ยว เกี่ยวข้องกับรสชาติเผ็ดและสีขาว และเป็นตัวแทนของอวัยวะ“ปอด” ดังนั้นผักผลไม้และอาหารที่บำรุงธาตุโลหะ ได้แก่ ผักกาดขาว หัวไชเท้า สาลี่ เห็ดหูหนูขาว ป่ายเหอ ซานเย่า(ห่วยซัว)

5.ธาตุน้ำ           “น้ำ”มีลักษณะชื้น สายน้ำมีการเคลื่อนไหวจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง สัมพันธ์กับฤดูหนาวซึ่งมีการเก็บสะสม(พลังงาน) เกี่ยวข้องกับรสชาติเค็มและสีดำ และเป็นตัวแทนของอวัยวะ“ไต” ดังนั้นอาหารที่บำรุงธาตุน้ำ ได้แก่ งาดำ เห็ดหอม เห็ดหูหนูดำ ถั่วดำ

นอกจากนี้...ต้องไม่ลืมรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ดื่มน้ำสะอาดวันละ1-2ลิตร และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วย เพื่อการรับประทานอาหารเจที่ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายของเรานะคะ

 

       

                        ซานจา                            ป่ายเหอ                          ขิง

ภาพประกอบ : www.tlfjw.com , www.fx2.com , www.cnjxly.gov.cn